การใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์
icon_print_pdf

 

5.1  จะต้องทำอย่างไรที่บ้าน

5.2  จะมีเพศสัมพันธ็ได้ไหม

5.3  จะมีบุตรได้ไหม

5.4  จะเป็นอย่างไรถ้าฉันฉีดยาเสพติด

5.5  จะเดินทางไปต่างประเทศได้ไหม

 

“ฉันกับสามีต่างก็มีเชื้อเอชไอวี เขาตรวจพบเชื้อก่อน แล้วฉันจึงได้ไปตรวจ เราทั้งสองคนตกใจมาก เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นผู้ที่มีความเสี่ยง ตอนแรกฉันโกรธเขามาก แต่แล้วก็มาคิดว่าอาจเป็นฉันก็ได้ที่เป็นผู้แพร่เชื้อไปให้เขา เราไม่มีวันรู้ว่าใครเป็นผู้แพร่เชื้อให้ใคร และตอนนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญแล้ว สิ่งที่สำคัญก็คือการที่เราใช้ชีวิตให้มีความสุขและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เราไปรับข้อมูลที่สภาโรคเอดส์ (เอดส์เคาน์ซิล, AIDS Council) แล้วพบหมอที่เราไว้วางใจ  เราเรียนรู้ทุกๆวันในการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวี”

5.1 จะต้องทำอย่างไรที่บ้าน

คุณอาจวิตกกังวลว่าคุณสามารถแพร่เชื้อเอชไอวีไปสู่คนอื่นๆที่อาศัยอยู่ในบ้าน  โดยเฉพาะเด็กๆในบ้าน  อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในความเสี่ยงของการติดเชื้อเพียงเพราะอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับคุณ

เชื้อเอชไอวีไม่ได้แพร่ไปโดยการสัมผัสระหว่างผู้ที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน การจูบ การกอด การหยอกล้อเล่นกัน การรับประทานอาหาร นอนเตียงเดียวกัน หรือใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านร่วมกัน เช่น จาน ถ้วยชากาแฟ ช้อนส้อมและมีด จะไม่แพร่กระจายเชื้อเอชไอวี

สุขภาพของคุณเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าคุณมีเชื้อเอชไอวี ระบบภูมิคุ้มกันของคุณทำงานไม่ได้ดีดังก่อน และคุณเสี่ยงกับการรับเชื้ออื่นๆ จากคนที่แวดล้อมคุณ ซึ่งทำให้เกิดผลตามมาที่รุนแรงต่อสุขภาพของคุณได้

เพื่อเป็นการป้องกันการกระจายของการติดเชื้อ สิ่งที่ควรป้องกันไว้ก่อนเหล่านี้ควรปฏิบัติให้เป็นกิจวัตรประจำวันที่บ้าน;

•    ทุกๆคนในบ้านควรล้างมือหลังการใช้ห้องส้วมและก่อนการเตรียม อาหาร

•    สวมุถงมือทุกครั้งเมื่อต้องทำความสะอาดเลือดและของเหลวอื่น ๆ ของร่างกาย ทำความสะอาดพื้นที่นั้นด้วยกระดาษเช็ดมือก่อน ตามด้วยการล้างด้วยน้ำสบู่ และในขั้นสุดท้าย พื้นที่นั้นควรได้รับการฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำยาบลีช (น้ำยาฟอกขาวที่เรียกบลีช, Bleach) โดยทำตามคำแนะนำที่ภาชนะบรรจุบอกไว้ เช็ดบริเวณนั้นให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือที่สะอาด

•    ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดหรือของเหลวอื่นๆของร่างกาย ควรแยกซักต่างหาก

•    หลีกเลี่ยงการจูบและการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นหวัดหรือเป็นไข้ และเด็กที่เป็นโรคต่างๆ เช่น อีสุกอีใส คางทูมหรือหัด

5.2 จะมีเพศสัมพันธ์ได้ไหม

การมีเชื้อเอชไอวีไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามคุณอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการมีเพศสัมพันธ์บ้างบางอย่าง

มีหลายๆสิ่งที่ควรพิจารณาดังนี้;

คุณจำเป็นต้องปกป้องคู่นอนของคุณจากการติดเชื้อเอชไอวี ถ้าหากเขา/เธอไม่มีเชื้อเอชไอวีโดยการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

•    การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยหมายถึง การใข้ถุงยางอนามัย (Condom) แผ่นแดม (Dam) และสารหล่อลื่นที่ใช้น้ำเป็นส่วนประกอบหลัก (Water based lubricant) ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์  ถุงยางอนามัยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวีที่อยู่ในเลือด น้ำอสุจิหรือของเหลวในช่องคลอดของคุณ ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือดของคู่นอนของคุณ

•    เพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral sex) มีโอกาสน้อยมากในการแพร่เชื้อเอชไอวี  อย่างไรก็ตามหากคู่นอนของคุณมีรอยบาดหรือแผลในปาก หรือเพิ่งทำฟันมา การใช้ถุงยางอนามัยและแผ่นแดมเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก

•    การบำบัดรักษาเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ (เช่น ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดของคุณมีอยู่ต่ำมากทำให้การตรวจสอบหาไวรัลโหลดไม่สามารถตรวจจับได้) ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ ปรึกษาแพทย์ของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

•    การจูบ กอด และการร่วมกันสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองและการนวดต่างๆถือเป็นการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

•    ในบางรัฐหรือเขตที่คุณอาศัยอยู่ ในทางกฏหมายคุณอาจต้องแจ้งให้คู่นอนของคุณรู้ว่าคุณมีเชื้อเอชไอวี ถึงแม้ว่าคุณตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยก็ตาม สภาโรคเอดส์ในแต่ละรัฐหรือแต่ละเขตส่วนใหญ่จะสามารถแนะนำคุณเพิ่มเติมได้ ต้องการทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกฏหมายและเอชไอวี โปรดติดต่อ ศูนย์กฏหมายเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์(HIV/AIDS Legal Centre www.halc.org.au)

•    การบอกกับใครว่าคุณมีเชื้อเอชไอวีเป็นเรื่องยากและลำบากใจ ปรึกษากับแพทย์ของคุณ หรือนักสังคมสงเคราะห์ (หรือเจ้าหน้าที่แนะแนว หรือผู้เชี่ยวชาญด้านดูแลสุขภาพ) สำหรับคำแนะนำ

ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ได้ป้องกันกับคู่นอนของคุณ มีความเป็นไปได้ว่าเขา/เธอ อาจติดเชื้อเอชไอวีไปด้วย และควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อเอชไอวี

ถ้าคู่นอนของคุณมีเชื้อเอชไอวีเช่นเดียวกัน  คุณอาจตกลงร่วมกันว่าจะมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ต้องป้องกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าการติดเชื้อเอชไอวีจากอีกสายพันธุ์หนึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ คุณควรปรึกษากับแพทย์ของคุณให้แน่ใจ แต่สุดท้ายแล้วคุณและคู่นอนของคุณจะต้องเป็นคนตัดสินใจร่วมกัน

จำไว้ว่า, การมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นระหว่างคุณและคู่นอนของคุณ, และคุณทั้งคู่มีความรับผิดชอบร่วมกันในการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย

 “ฉันตกอยู่ในความมืดมนเมื่อรู้ว่าฉันติดเชื้อเอชไอวี  รู้สึกว่าชีวิตทั้งหมดถูกพรากไปจากฉัน  แพทย์ไม่ได้ให้ความช่วยเหลืออะไรมากนัก เธอเพียงแต่บอกฉันว่าต้องใช้ความระมัดระวัง แล้วต้องไม่แพร่เชื้อเอชไอวีไปให้คนอื่น ฉันไม่แม้แต่คิดที่จะมีเพศสัมพันธ์ เลยเป็นเวลาร่วม 2 ปี  มันเหมือนกับว่าส่วนนั้นของชีวิตได้หายไปตลอดกาล แล้วฉันก็ได้พบคนพิเศษ เราใกล้ชิดกันโดยไม่รู้ตัว ฉันบอกเขาว่าฉันมีเชื้อเอชไอวีก่อนที่เราจะมีเพศสัมพันธ์กัน เขาตกใจมากแต่ก็รับฟังในสิ่งที่ฉันพูด ทุกวันนี้เรามีเพศสัมพันธ์กันอย่างปลอดภัย แล้วมันเป็นเพศสัมพันธ์ที่วิเศษที่สุด”

All Pages

<< Start < Prev 1 2 3 Next > End >>
 
Disclaimer | Site map | How to use this site | Contact MHAHS